Heel bug in Honey pork rice
posted on 06 Aug 2009 20:20 by busluv in TODAYอิสึโหมะ โอเซ้ว่ะนินัตเตะโอริมะชิตะ.
บัสโต๊ะโม้ชิมัส.
วันนี้เลิกงานตอนทุ่มนึง
ลงรถตู้ แวะทานข้าวหมูแดงหน้าซอยเข้าบ้านพัก
วันนี้คน... รอเยอะเป็นพิเศษ เพราะปกติร้านข้าวหมูแดงจะติดกับชายสี่หมี่เกี๊ยว เจ้าของเดียวกันมั้ง แบ่งกันทำสองสามคน แต่วันนี้มีคนเฝ้าร้านคนเดียว ก็เลยรอเยอะเป็นพิเศษ
สั่งข้าวหมูแดง แล้วก็นั่งรอ
ทีนี้ พอข้าวมา เราก็จะกิน
แต่ตักเข้าปากไปสองสามคำ รู้สึกเหมือนเห็นอะไรแปลก ๆ
ก็ใช้สายตาตรวจสอบสภาพภายนอกซักพัก ก็พบแมลงขนาดเล็กสีดำตัวเป็น ๆ จำนวน 1 ตัว เดินไปเดินมาในจานข้าวอยู่
ก็เลยเอาซ่อมเขี่ยมันไปทิ้งไกล ๆ ไม่ต้องมาบอก
ทีนี้ เราก็คิดต่อว่าจะเอายังไงดี จะกินต่อ เลิกกิน ทุบโต๊ะ แจ้งเคลม ฯลฯ ดี
สุดท้ายเราก็เลือกที่จะกินต่อ แต่ก็ซอร์ตติ้งข้าวโดยการเอาช้อนเขี่ยไปเขี่ยมาเพื่อหาให้แน่ใจก่อนว่าจะไม่มีแมลงตัวอื่นอยู่ ถึงจะกินต่อ
ระหว่างกินไป เราก็คิดอะไรไปเรื่อย ๆ
1. เราคิดว่า ถ้าหากในข้าวจานนี้มีแมลงตัวอื่นอยู่จริง ท้ายที่สุดเราก็อาจจะกินมันเข้าไป จนทำให้มันตายได้
พอคิดอย่างนี้ เราโยงไปถึงว่า คนส่วนใหญ่ เวลาทำความผิดแล้ว ก็มักจะหลบซ่อนความผิดของตัวเอง ก็เหมือนกับแมลงที่กลัวว่าถ้าออกมาเจอเราแล้วเราจะฆ่าทิ้ง (ซึ่งไม่จริงแน่นอนเพราะเราพยายามไม่ฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่นโดยไม่จำเป็นถ้าอารมณ์ปกติ) จริง ๆ แล้วถ้าคนเรายอมที่จะเปิดเผยความผิดตัวเองแล้วหาวิธีแก้ไขกัน การหาสาเหตุก็จะง่ายขึ้น มาตรการแก้ไขก็จะออกมาเป็นรูปเป็นร่าง แล้วสุดท้ายปัญหาก็คงจะหายไป ไม่ใช่หลบ ๆ ซ่อน ๆ สุดท้ายก็ต้องตายคาจานข้าวแบบนี้ (แต่หวังว่าวันนี้คงไม่มีแมลงตายในจานข้าวเรานะ)
2. ทำไมเราถึงไม่โวยวายเอาจานข้าวมีแมลงไปให้ดู
ในความเป็นจริง ข้าวจานละยี่สิบห้าบาท ก็เป็นเรื่องใหญ่เพราะเงินเป็นจำนวนจริงที่มีค่ามากที่สุดในโลกอยู่แล้ว ถ้าเราเอาจานข้าวที่มีแมลงไปให้เจ้าของดู ด้วยความที่ต้องรักษาจำนวนจินตภาพที่เรียกว่าความพึงพอใจละก็ ยังไงเราก็คงจะได้กินฟรี ไม่ก็ได้กินจานใหม่ (ที่ไม่รู้จะมีแมลงอยู่ไหม)
แต่นั่นไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่แท้จริง
ความจริงแล้ว การจะแก้ปัญหาคงต้องเริ่มจากคำถามที่ว่า "ทำไมแมลงถึงมาอยู่ในจานข้าวได้" การจะตอบคำถามนี้ให้ได้คำตอบที่แท้จริงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลและตรรกะมหาศาล เริ่มจากการวิเคราะห์ส่วนประกอบของแมลงเพื่อให้ทราบถึงชนิดและสายพันธุ์ของแมลง ต่อไปจนถึงการตรวจสอบในกระบวนการผลิตข้าวหมูแดงของแม่ค้าเพื่อสังเคราะห์ถึงสาเหตุการเกิดของแมลงที่เข้ามาอยู่ในจานข้าวได้ รวมถึงว่าทำไมข้าวจานนี้ถึงหลุดรอดมาถึงผู้บริโภคอย่างเราได้เช่นกัน ส่วนในเบื้องต้นก็ต้องทำการแก้ไขชั่วคราวโดยการซอร์ตติ้งข้าวหมูแดงทุกจานของแม่ค้าให้หมดว่าไม่มีแมลงอยู่จริง ๆ จึงจะสามารถรับประกันร้านข้าวหมูแดงนี้ได้ ส่วนในด้านของสิ่งแวดล้อมแล้ว เราก็ไม่รู้อีกว่าแมลงที่เข้ามาอาศัยในจานข้าวเรามีสิ่งสกปรกติดมา เป็นอันตรายต่อท้องเราหรือไม่ การจะรับประกันข้าวหมูแดงนี้ดูเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาพิจารณามากเกินไป
ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว กินให้ท้องอิ่มดีกว่าจะได้มีแรงคิดต่อ
แต่สุดท้ายแล้วเราก็กลัวจนไม่สามารถกินให้มันหมดเกลี้ยงได้อยู่ดี
3. ตอนจ่ายเงิน เราจ่ายเป็นเหรียญ ก็มีเหรียญห้า เหรียญบาท และเหรียญสองบาทปนกัน แต่เรานับแล้วนับอีกจนมันได้ 25 บาทถ้วน ก็ส่งให้แม่ค้า ปรากฎว่าแม่ค้าส่งผ่านเงินจากมือเราลงโถเงินโดยไม่นับเลย เราก็มาคิดว่า นี่ถ้าเราจะโกงให้เหรียญบาทมั่ว ๆ ไปก็คงโกงได้นะเนี่ย หรือแม่ค้าเห็นว่าเงินจำนวนแค่นี้ไม่ใช่จำนวนจริงที่มีค่ามากที่สุดในโลกกันแน่ เราก็ฉงนใจ
แต่เราคิดกลับไปอีกทีว่า ถ้าเราเผลอนับพลาดจ่ายเกินไปละก็ เราเองจะกลายเป็นฝ่ายซวยเสียเอง นี่ก็เท่ากับเป็นปัญหาที่ใหญ่มากเหมือนกัน ก็เข้าใจอยู่ว่ากำลังคนในวันนี้ของร้านข้าวหมูแดงและชายสี่หมี่เกี๊ยวไม่พอ แต่เมื่อปัญหานี้เกี่ยวพันกับจำนวนจริงที่มีค่ามากที่สุดในโลกแล้ว ก็น่าจะหาทางแก้ไขให้ดีกว่านี้นะ... อันตรายเชียว
สรุปแล้ว จะโกงจ่ายน้อยหรือจะโง่จ่ายเวอร์ ดีชั่วก็อยู่ที่ตัวเรานั่นแหละ
ตีหัวคนจนแตกเลือดไหลตาย พอเขาตายแล้วจะมาอ้างว่า "ตูไม่ได้ฆ่า มันเลือดไหลจนตายเอง" มันก็ไม่ใช่ล่ะมั้งนะ
อิ๊โจ้ โยโรชิกุโอเนไงอิตะชิมัส.

แต่ทำไมข้าวหมูกรอบอย่างเดียวมันไม่สะใจเลยจ๊อด
#1 By nobitaキネマ on 2009-08-06 21:18