สมัยเรียนมหาวิทยาลัย มีวิชานึง ข้อสอบปลายภาค เป็นคำถามเชิงแสดงความคิดเห็น โจทย์ถามภาษาอังกฤษ แปลเป็นไทยประมาณว่า "ในปัจจุบันมีเวบบริการประเภท hi5 หรืออะไรที่เราสามารถนำอะไรก็ได้ไปใส่ไว้ เพื่อให้เพื่อน ๆ หรือใครต่อใครดู ท่านคิดอย่างไรกับการทำการเข้ารหัสเพื่อรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น เพื่อป้องกันการแฮ็คข้อมูลหรืออะไรก็ตามจากบุคคลอันไม่พึงประสงค์.... " อะไรประมาณนี้แหละ จำโจทย์ไม่ค่อยได้แล้ว 

     เพื่อไม่ให้เป็นการชักจูงจนเกินไป จะให้เวลาคิดคำตอบก่อนจะฟัง "ความคิดเห็น" ของเราหน่อยนะ...

.

.

.

.

.

.

     คำตอบของเราที่เขียนตอบโจทย์มีใจความหลักเป็นแบบนี้ "ไม่จำเป็นต้องทำการเข้ารหัสให้ยุ่งยากเลย เพราะบริการอย่างเช่น hi 5 หรืออะไรเหล่านี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฎต่อหน้าธารกำนัล ล้วนแล้วแต่ต้อง [ได้รับความยินยอมจากตนเอง] แล้วว่า สามารถนำออกสู่สาธารณชนได้ อีกทั้ง โดยสามัญสำนึก ก็คงไม่มีใครเพี้ยนถึงขั้นนำบรรดาข้อมูลลับที่ห้ามเปิดเผยที่ไหนไปแปะบน hi 5 อยู่แล้ว ถึงแม้จะมีการกระทำเช่นนี้จริง ก็ถือว่าข้อมูลเหล่านั้นได้รับความยินยอมจากตนเอง แล้วเช่นกัน เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขเช่นนี้แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้ารหัสแต่ประการใด "

     ตอบไปประมาณนี้แหละ แต่เขียนยาวหน่อยเท่าที่จะอธิบายได้ล่ะนะ

     เราก็ไม่ชี้ชัดหรอกว่าความคิดของเราถูกต้องหรือไม่ ยังไงซะโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่มันถูกต้อง 100% อยู่แล้ว ความเป็นจริงที่เราเห็น ๆ กันอยู่ทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ความจริง เป็นแค่อะไรที่ไม่จริงน้อยมากจนใกล้เคียงความจริงเท่านั้นมิใช่หรือ

     เอาล่ะ สาระสำคัญมันอยู่ตรงไหน.... หลังจากนำเสนอความคิดเห็นของข้าพเจ้าให้ธารกำนัลฟังแล้ว ประโยคนึงที่เราขีดเส้นใต้ไว้ ก็คือ การได้รับความยินยอมจากตนเองแล้วว่าสามารถนำออกสู่สาธารณชนได้...

     คิดว่าประโยคนี้มันถูกไหม?

.

.

.

.

.

.

     ถ้าถามเราในฐานะคนเขียน เราก็ว่ามันถูก.... หรือใครมีเหตุผลอย่างไร ก็ว่ากันหลังไมค์

     ที่อยากเน้นคือ คำว่า "ตนเอง" นี่แหละ

     เป็นไปได้หรือไม่ว่า การได้รับการยินยอมจากตนเองว่าสามารถนำออกสู่สาธารณชนได้เนี่ย... จะเป็นการละเมิดความยินยอมของผู้อื่น

     อย่างเช่น....

     กรณีภาพถ่ายเล่นกับเพื่อน ซึ่งเราคิดว่า "ภาพนี้ถ่ายน่ารักดี เอาขึ้น hi 5 ไปอวดแฟนคลับเล่นซะหน่อยคงไม่เสียหาย" แน่นอน ความคิดเนี้ย ได้รับความยินยอมจากตนเองแล้ว แต่มันยังไม่ได้รับการยินยอมจากเพื่อนที่ถ่ายรูปด้วยกัน จริงไหม

     รู้ไหม การที่ส่วนของเส้นตรงสองเส้นทำมุมกันแค่ 1 องศา แต่ถ้าความยาวของส่วนของเส้นตรงนั้นเข้าใกล้อนันต์ล่ะก็ ผู้สังเกตซึ่งอยู่ในจุดที่เสมือนเป็นระยะอนันต์จากจุดตัดของส่วนเส้นตรงจะเห็นมุมแค่ 1 องศา เป็นมุมที่บานออกมหาศาลเชียวนะ... อะไรเล็ก ๆ ที่เรามองข้ามไปเมื่อถูกขยายผลแล้วมันก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ทั้งนั้นแหละ

     ที่เขียนมานี่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้ระแวงจนเกินเหตุ แต่อยากให้คำนึงไว้อย่างหนึ่งว่า ทุกวันนี้การสื่อสารก็ไร้พรมแดนมากขึ้นทุกที ไอ่อะไรที่ว่าป้องกันคนนอกได้หรือกันอะไรต่อมิอะไรได้เนี่ย ถามจริง ๆ เหอะว่ามันกันได้ 100% จริง ๆ หรือ... โลกบนการสื่อสารนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเมืองที่ไร้กำแพง บ้านที่ไร้ผนัง กล่องที่ไร้พื้นผิว มิตรแห่งความเที่ยงธรรม มันก็ไม่มีหรอก ยาใช้รักษาโรคได้ฉันใดก็ใช้ฆ่าคนได้ฉันนั้นถ้าใช้ไม่ถูก... google ใช้หาข้อมูลได้ฉันใดก็ใช้ hack ได้ฉันนั้น... มันเป็นของคู่กัน

     สุดท้ายนี้ entry นี้ ก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลของข้าพเจ้า โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

.

.

.

6 มิถุนายน 2551 @ 23.45 น. (เวลาสวยจัง)
รู้น้อยก็ลำบาก รู้มากรันทด.... ความพอดีคือความสุขที่แท้จริง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมล่ะระวังตัวที่1

#1 By nobitaキネマ on 2008-06-07 20:40

ครือ เราว่า เรื่องรูปหลุด หรือความลับ ยังน่ากลัวน้อยหน่อย

บางที่ สิ่งน่าจะเป็นความลับมากกว่า คือสิ่งที่คนอื่นมาเขียนให้เราต่างหาก

บางทีเราห้ามตัวเองได้ แต่ห้ามคนอื่นไม่ได้

เช่นเรากำลังหลอกกิ๊กว่ายังโสด แต่แฟนเราดันมาโพสคอมเม้นไว้ซะงั้น ฮ่าๆๆๆๆ


เช่นเดียวกับเราสื่อ จริง เท็จ แม้แต่ไฮ5ก็ไม่จำเป็นต้องลงแต่ความจริงนะสำหรับเรา

#2 By APL (58.9.171.251) on 2009-01-24 16:46