เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากวรรณกรรมเยาวชนจำชื่อ "โนบุฮิโระ" อะไรซักอย่าง จำชื่อไม่ค่อยได้ (แหะแหะ) เป็นหนังสือสำหรับเด็กเล่มเล็ก ๆ ที่ไปยืนเล่นอ่านที่ศูนย์หนังสือ ฯ เมื่อประมาณตอนปี 1 (ค่อนข้างรู้สึกผิดเล็กน้อยเพราะยืนอ่านจนจบแต่ก็ไม่ได้ซื้อ เหอ ๆ ^^; ) 

พล็อตเรื่องก็สั้น ๆ ประมาณว่า "เจ้าหนูโนบุถูกคุณครูให้ทำการบ้านโดยการเขียนไดอารี่ประจำวัน" ซึ่งวันแรก ๆ เจ้าหนูโนบุก็กลุ้มใจไม่รู้จะเขียนอะไรดี จะเขียนเรื่องโดนเพื่อนแกล้งก็กะไรอยู่ อยากเขียนเรื่องที่มีความสุข บรา ๆ สุดท้ายก็ค่อย ๆ เขียนอะไรไปตามประสาเด็ก วันดีคืนดีเด็กชายโนบุก็ไปเห็นคุณแม่เข้ามาแอบอ่านไดอารี่ที่ตัวเองเขียนไว้แล้วยืนหัวเราะคิก ๆ ทำให้โนบุรู้สึกทั้งโมโหทั้งอายที่ถูกแอบอ่าน (ตามประสาเด็กล่ะนะ ฮะฮะ) เขาเลยหาทางแก้แค้น (กึ่งประชด) แทนที่จะเขียนบันทึกเรื่องราวประจำวัน ก็กลายเป็นไปเขียนบันทึกล่วงหน้าในอนาคตซะเลย! โดยการเขียนอะไรมั่ว ๆ บ๊อง ๆ ลงไปแทนประมาณ "วันที่ XX เดือน OO เมื่อเช้าคุณแม่เอาจิ้งจกมาต้มกินอร่อยมาก" "คุณพ่อชอบดื่มน้ำหมึกเป็นประจำ" "มีหมูตัวเบ้อเร่อตกลงมาจากท้องฟ้าเต็มเลย" อะไรประมาณนี้แหละ (จำไม่ค่อยได้แล้ว - -' ) แล้วก็ปรากฎว่าทุกเรื่องที่โนบุเขียนก็กลายเป็นเรื่องจริงในเวลาต่อมา (ตามประสาหนังสือเด็ก) โนบุเห็นก็ยิ่งได้ใจ เขียนอย่างอื่นมัวไปเรื่อย ๆ มั่วไปมั่วมาจนสุดท้ายมันเละไปหมดทั้งเรื่อง - -' โนบุก็ไม่รู้จะทำไงเลยเอายางลบไปลบสิ่งที่เขียนเอาไว้จนหมด ทุกอย่างก็กลับเป็นเหมือนเดิม ทำให้โนบุคิดได้ถึงหลาย ๆ อย่างที่เขาทำพลาดไปในการเขียนไดอารี่ ซึ่งเราก็ปรับ ๆ ความจำลาง ๆ เล็กน้อยแล้วเอามาประยุกต์เป็น "กฎ 3 ข้อในการเขียนไดอารี่" ดังที่จะได้เสนอต่อไปนี้

กฎข้อที่ 1 ในการเขียนไดอารี่ : ทุกเรื่องที่เขียน ต้องเป็นเรื่องจริง
อย่าเขียนอะไรมั่ว ๆ ที่มันไม่เป็นความจริงลงไป เพราะไดอารี่ก็เหมือนบันทึกความทรงจำในอดีตของเรานั่นแหละ วันนี้ในวันนี้ ก็ต้องกลายเป็นวันวานของวันพรุ่ง แล้ววันพรุ่งก็จะกลายเป็นวันวานของวันพรุ่งพรุ่งต่อไป ประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่เพียงใดก็เริ่มต้นด้วยน้ำหมึกหยดแรกเสมอ จะบันทึกไว้อะไรก็ควรจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงนะ ;)

กฎข้อที่ 2 ในการเขียนไดอารี่ : เขียนทุกเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่ลำเอียง
อย่าเลือกเฉพาะเรื่องดี ๆ มาเขียน สีสันของไดอารี่เกิดจากหลาย ๆ เรื่องมาปนกันเสมอ ในวันหนึ่ง ๆ มีเหตุการณ์มากมายไหลมาในชีวิตของเรา ทั้งเรื่องทุกข์ เรื่องสุข หัวเราะ ร้องไห้ เมื่อทุกเรื่องราวมาร้อยเรียงรวมกัน ก็จะกลายเป็นความทรงจำที่สวยงามบนหน้ากระดาษนั่นเอง ^^-

กฎข้อที่ 3 ในการเขียนไดอารี่ : อย่าอายกับสิ่งที่ได้เขียนลงไป
ความหมายจริง ๆ ของกฎข้อนี้คือ "ใครอ่านก็ได้" ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเราเป็นคนอ่านเสมอไปซะหน่อย จริงมะ ^^ ไม่ต้องไปอายเวลามีใครแอบมาอ่านไดอารี่เรา เพราะคนเหล่านั้นก็แค่ "อยาก" จะ "รู้จัก" ตัวเราให้มากขึ้นเท่านั้น คิดดูแล้วก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีในการเปิดเผยตัวเองสู่สายตาของคนอื่นด้วยซ้ำ เนะ ^^-

ครบ 3 ข้อแล้ว ไวอย่างกับโกหก แต่ Thermo Dynamic (อุณหพลศาสตร์) มีกฎข้อที่ 0 ฉันใด... การเขียนไดอารี่ของเราก็ต้องมีกฎข้อที่ 0 ด้วย ฉันนั้น! (เกี่ยวกันตรงไหนเนี่ย - -' ) และ...นี่คือสิ่งสุดท้ายที่จะฝากไว้สำหรับราตรีนี้

กฎข้อที่ 0 ในการเขียนไดอารี่ : การเขียนไดอารี่มันไม่มีกฎตายตัวหรอก!
อยากเขียนอะไรก็เขียนไปเถอะ! อย่าไปคำนึงถึงกฎเกณฑ์อะไรให้มันปวดกบาลเลย ที่เขียนวันนี้ก็แค่อยากให้อ่าน ๆ ดูเล่น ๆเฉย ๆ ไดอารี่มันไม่มีคำว่าผิดหรือถูกอยู่แล้ว เพราะการเขียนไดอารี่ให้สนุกมันก็ต้องมีอิสระในตัวมันเองก่อนสิถึงจะถูก ^O^

จบ-แล้ว-เด้อ-

<< บันทึก ณ วันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2549 เวลา 22.30 น. เขียนไดอารี่กันให้สนุกนะเพื่อน ๆ เดี๋ยวเราจะตามไปดู อุอุ... - -x >>

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กฎข้อที่ 3 เนี่ย ไม่สามารถทำได้จริง ๆ ค่ะ ^^"
ตากลมเขียนไดอารี่เป็นเล่มอยู่เลย ต้องเก็บเอาไว้แบบลับ ๆ ไม่ให้ใครเจอ
เพราะมีทั้งบ่น ทั้งเขียนไปร้องไห้ไป ทั้งตั้งปณิธานอะไรมากมาย
มันถึงรวมแล้วเป็น "ชีวิต" อ่ะเนอะ

#1 By ตา-กลม on 2007-01-11 23:11

ฉันเขียนมั่วตลอดเลยเน้อ

#2 By no-cinderella (124.120.108.49) on 2007-01-11 23:36

จริงด้วยสิเนอะ ถ้ามัวแต่ยึดกับกฎเนี่ย คงเขียนไม่สนุกหรอก ต้องอย่าไปตั้งกฎกะมาน แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาจะเขียนเล๊ย.... (มาเมนต์ให้ค่ะ)

#3 By (58.64.123.225) on 2007-01-12 00:24

โทดค่ะ ลืมแนะนำตัวไปนะ (เมนต์แล้วลืมบอกชื่อ) ข้าวค่ะ

#4 By kao on 2007-01-12 00:28

ชอบกฎข้อที่0เพราะมันเป็นเรื่องจริง ข้อที่3นี่ยังไงก็ทำใจให้คนอื่นอ่านไม่ลงง่าค่ะ

#5 By Rio ▪ V Ĭ P ▪ on 2007-01-12 10:53

ทางนี้ ส่วนมากเขียนเกี่ยวกับเรื่องที่อยากจดจำน่ะ ก็ปนทั้งเรื่องดีและไม่ดี เรื่งอที่ไม่ดีก็เก็บไว้เพื่อให้ไม่ลืม เพื่อให้เป็นคติสอนใจตัวเองในอนาคตต่อไป :-] ไดอารี่เป็นหนังสือ ไม่ได้เขียนน ก็มีแต่ไดอารี่ออนไลน์ ถ้าเอาลงก็ถือว่าไม่เป็นความลับแต่อย่างใด อ่านกันได้หมดทุกคน
กฎข้อสามนี่ยากเกินทำใจจัง
555

#7 By ~--๏~* Cally*~๏--~ on 2007-01-13 16:52

เป็นเหมือนกันครับ เวลากลับมานั่งอ่านไดอารี่เก่าๆของตัวเองแล้วรู้สึกเขินๆอาย หรือประมาณว่า กูเขียนไปได้ไงว่ะ โคตรเลี่ยนเลย 55+

#8 By tent on 2007-01-14 20:42

ขอบคุณน่ะค่ะ ที่พี่ยังเป็นคนนึงที่
ยังให้หนูมีกำลังใจสู้ต่อไป
แม้ว่ามันจะยากเย็นแค่ไหน
จะเหนื่อยเพียงใดหนูก็จะสู้ต่อไปค่ะ

#9 By รักน่ะจุ๊ฟๆ on 2007-01-14 20:53

เหอๆ ไม่เคยอายที่จะเขียนเรื่องซ้กม้ก
เกี่ยวกะตัวเองเรยอ่ะ
แต่ว่า บางทีเรื่องวที่เอามาเขียน
ในไดอารี่ก้อเปนเรื่องของคนรอบตัว
ไม่ใช่เรื่องของตัวเองสะทั้งหมดเรย
อย่างว่าละ การเขียนได ไมท่มีกดตายตัว ถูกที่สุดแร้วละคะ
ขอบคุณที่ไปเม้นต์ให้นะคะ และ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง
แต่ที่เขียนไป มันเป็นความรู้สึกด้านมืดของใจเราเองค่ะ ถึงเราจะแย่ยังไง
แต่ก็คงจะไม่ยอมจากโลกนี้ไปง่ายๆแน่ เราแค่อยากลองให้ตัวเองเห็นภาพการคืนสู่โลกใบนี้ก็เท่านั้น ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ เป็นคอมเม้นท์ที่ดีมากๆเลยค่ะ

#11 By Chika on 2007-01-14 22:02

น่าสนใจดีนะคะ หนังสือเล่มนี้

#12 By ♪ isolate on 2007-01-14 22:19

มีเรื่องจริงทั้งนั้นค่ะ แต่จะจริงที่เปอเซนต์นี่ค่อยว่ากันอีกทีนะคะ

#13 By !2know ++ on 2007-01-16 14:52

กำลังเริ่มเขียนเหมือนกันอ่านแล้ว....ได้ความคิดดีๆอีกเยอะเลยครับ

#14 By องศา...หน้าใส on 2007-01-16 18:42

ก้อว่าจะเขียนให้ได้ทุกวันเหมือนกันนะ
แต่ไม่เคยเขียนได้สำเร็จซะที555
ปล.เรื่องลดความอ้วนด้วย
ขอเปลี่ยนจากกาแฟไม่ใส่นมเป็น non fat latte แทนนะ
ปล.2 ดีใจจังมีคนว่างงานเป็นเพื่อน
บอกอีกข้อ..เขียนไปเรื่อยๆโดยไม่ต้องอ่านซ้ำ..พอเขียนจบแล้วค่อยย้อนกลับมาอ่าน

#16 By Psycho Girl on 2007-01-17 02:38

กฎข้อ0นี่ท่าจะจริงแหะ
ว่าแต่...อยากอ่านเรื่องของเด็กชายอ่ะค่ะ หามาให้อ่านมั่งได้มั้ยคะ

#17 By ซากุระจัง on 2007-01-17 17:51

๑. กฎทุกกฎมีข้อยกเว้น
๒. ข้อที่ ๑. เป็นกฏ
๓. เพราะฉะนั้น กฏบางกฏไม่มีข้อยกเว้น

อย่างนี้รึเปล่าครับ ???

#18 By รัตนาดิศร on 2007-01-17 21:02

กฎ 3 ข้อ โอ้ เราชอบข้อ 1 นอกนั้นไม่สน ชอบลำเอียง เอิ๊ก ๆ
คิดได้ไงอะนาย ซีโร่ลอว์ออฟไรท์ติ้งไดอะรี่

#20 By first (161.200.255.162) on 2007-09-05 01:49

#21 By (203.113.61.103) on 2007-10-06 14:55

กูรักมึงหวะ

#22 By คิคถึงอีเฟียจัง (58.9.199.230) on 2008-06-25 19:41

^
^
ใครเนี่ย มาบอกรักเรา embarrassed
เขินนะ

#23 By บัส on 2008-06-28 22:29

big smile

#24 By มีน (124.120.68.250) on 2008-07-04 16:50

จะนำความรู้ไปลองเขียนดู ขอคุณสำหรับขอความดีดี

#25 By ลูฟี่ (158.108.158.73) on 2008-09-28 23:51

555

#26 By (202.44.210.32) on 2008-10-13 13:16

สอนให้เขียนไดอารี่หน่อยนะ........ได้โปรด
tipppptawan_@hotmail.com

#27 By นาฬิกาทราย (117.47.169.240) on 2008-10-22 18:27

อ่านเเล้วรู้สึกดีนะ อยากเขียนมั้งต้องทำไงช่วยบอกทีได้ไหม เพราะมีเรื่องที่อยากเขียนมากมายเลย ถ้ารู้ก็บอกกันมั้งนะรออยู่ เข้ามาบอกได้ที่ L-livelove@hotmail.com จะขอขอบพระคุณอย่างสูงเลย >o< question

#28 By ช็อกโกเเลตสีเเดง (125.27.144.166) on 2008-11-06 19:18

ขอบใจหลายเด้อ

#29 By เป็นหนึ่ง (58.147.74.4) on 2009-04-20 10:03

ผมอยากทำไดอารีสักเล่ม จากได้อ่าน กฏทั้งสาม 3 ข้อ แล้วผมรู้สึกเห็นถึงผลที่จะตามมา
และกฏข้อที่ 3 โดนใจ
"กฎข้อที่ 3 ในการเขียนไดอารี่ : อย่าอายกับสิ่งที่ได้เขียนลงไป
ความหมายจริง ๆ ของกฎข้อนี้คือ "ใครอ่านก็ได้" ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเราเป็นคนอ่านเสมอไปซะหน่อย จริงมะ ^^ ไม่ต้องไปอายเวลามีใครแอบมาอ่านไดอารี่เรา เพราะคนเหล่านั้นก็แค่ "อยาก" จะ "รู้จัก" ตัวเราให้มากขึ้นเท่านั้น คิดดูแล้วก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีในการเปิดเผยตัวเองสู่สายตาของคนอื่นด้วยซ้ำ "

#30 By ming (202.12.73.5) on 2009-08-08 11:31

embarrassed embarrassed เพิ่งเริ่มเขียนไดอารี่ครับยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรช่วยหน่อยได้มั้ยครับembarrassed embarrassed embarrassed

#31 By อัยคร้าบ (118.173.1.211) on 2009-10-10 12:27

ฝากเมลไว้นะครับaiya_dj@hotmail.comไม่รู้ว่าจะเริ่มเขียนไดอารี่จากตรงไหนเลยแต่จากที่อ่านมาข้อ3เนี่ยรู้สึกว่ายากนะครับเพราะถ้าสมมุติว่าเราเขียนด่าใครแล้วคนที่เราด่าเขามาอ่านเขาก็จะไม่พอใจนะสิ ก็ข้อ0บอกให้เขียนอะไรก็ได้ก็ต้องเขียนด่าคนอื่นได้สิครับembarrassed embarrassed embarrassed embarrassed ช่วยหน่อยเถอะครับงงมากเลย

#32 By อัยคร้าบ (118.173.1.211) on 2009-10-10 12:34

ขอบคุณคับ
big smile

#33 By (119.42.78.239) on 2009-11-17 12:40